Blog

blog-cover-03

แนวทางการประเมินและขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับองค์กรในประเทศไทย

ความสำคัญของการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Assessment)

ในยุคที่ การลดก๊าซเรือนกระจกและความยั่งยืน เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Assessment – CFO) เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่ช่วยให้องค์กรสามารถติดตาม การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยกำลังดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะกับมาตรการ Carbon Pricing Mechanism และ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง การทำ Carbon Footprint จึงกลายเป็น ข้อบังคับ สำหรับหลายภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการคงความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

📌 ประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์

ช่วยให้องค์กร บริหารจัดการพลังงานและลดต้นทุน ได้ดียิ่งขึ้น

สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ

มีส่วนช่วยให้บริษัทได้รับ สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐ

ส่งเสริมความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG และ SDG

เกณฑ์และวิธีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

1. ขอบเขตของการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO – Carbon Footprint of Organization)

📌 คำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งองค์กร โดยแบ่งเป็น 3 ขอบเขตหลัก (Scopes):

Scope 1: การปล่อยก๊าซโดยตรง เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง และการรั่วไหลของสารทำความเย็น

Scope 2: การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน เช่น ไฟฟ้า ไอน้ำ และระบบทำความเย็น

Scope 3: การปล่อยก๊าซทางอ้อมอื่นๆ เช่น การขนส่งสินค้า การเดินทางของพนักงาน และซัพพลายเชน

📌 ประเภทของก๊าซเรือนกระจกที่ต้องรายงาน:

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)

มีเทน (CH₄)

ไนตรัสออกไซด์ (N₂O)

ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs)

เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs)

ซัลเฟอร์เฮกซาฟลูออไรด์ (SF₆)

ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF₃)

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในประเทศไทย

📌 1. การกำหนดขอบเขตองค์กร (Organizational Boundaries)

องค์กรต้องระบุว่าใช้แนวทาง ควบคุมการดำเนินงาน (Operational Control) หรือ ควบคุมทางการเงิน (Financial Control) ในการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์

📌 2. การเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

องค์กรต้องบันทึกปริมาณการใช้พลังงาน วัตถุดิบ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถใช้ มาตรฐาน ISO 14064-1:2018 และ GHG Protocol

📌 3. การคำนวณและรายงานผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การคำนวณต้องใช้ Emission Factor (EF) ตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ค่ามาตรฐานจาก Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO)

📌 4. การทวนสอบ (Verification)

องค์กรต้องส่งข้อมูลให้ ผู้ตรวจสอบอิสระ (Verifier) เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

📌 5. การยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ TGO

องค์กรต้องจัดทำเอกสาร และส่งรายงานไปยัง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียน

📌 6. การติดตามผลและปรับปรุงต่อเนื่อง

องค์กรต้องมีการ ทบทวนและปรับปรุง การบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นประจำ

แนวทางลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

📌 1. ใช้พลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ติดตั้ง โซลาร์เซลล์ และระบบกักเก็บพลังงาน

ปรับปรุงระบบทำความเย็นและแสงสว่างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

📌 2. ลดการปล่อยก๊าซจากกระบวนการผลิต

ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ใช้ AI และ IoT เพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิต

📌 3. ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง

ใช้ รถขนส่งไฟฟ้า (EV Trucks)

ปรับเส้นทางการขนส่งเพื่อลดการใช้พลังงาน

📌 4. บูรณาการมาตรฐาน ESG และ Carbon Offset

เข้าร่วมโครงการ ซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Trading)

พัฒนาแผนความยั่งยืน และปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น SBTi และ GRI

ข้อกำหนดทางกฎหมายและผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

📌 มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป

ธุรกิจที่ส่งออกไปยังยุโรปจะต้องรายงาน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ สินค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่:

เหล็กและอลูมิเนียม

ปูนซีเมนต์

ไฟฟ้าและปุ๋ยเคมี

📌 ภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซ (ETS)

ไทยกำลังพิจารณา ภาษีคาร์บอน สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

ระบบ Voluntary Emission Trading Scheme (V-ETS) กำลังถูกพัฒนา

สรุป: การดำเนินการสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ธุรกิจที่เริ่มต้นลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตั้งแต่วันนี้ จะได้รับประโยชน์มากกว่าผู้ที่ปรับตัวช้า

องค์กรที่ใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสีเขียว จะได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ

📌 ธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับอนาคตหรือยัง?

การเริ่มต้น ประเมินและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณปรับตัวสู่ เศรษฐกิจสีเขียว และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระดับโลก! 🚀🌍